reallistic

Sorry หนังสั้นโดยนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

โน๊ตบุคที่น้องใช้ลง windows แท้หรือเปล่าครับ ??

อากง

แท็กซี่อากง
เหตุเกิดบนแท็กซี่…

แท็กซี่ : ทำงานอยู่บนตึกนี้เลยเหรอครับ

ผู้โดยสาร : ครับ

แท็กซี่ : งานดีนะครับ ผมผ่านตึกนี้ทีไร ผมชอบมอง มันโก้ดี ตึกสูง สวยเสียด้วย

ผู้โดยสาร : ผมเป็นลูกจ้างเขาน่ะครับ ไม่ใช่เจ้าของตึก 555

แท็กซี่ : ลูกจ้างก็ต้องทนครับ ผมขับรถก็ต้องทน ระบบบ้านเรามันเอาเปรียบคนครับ

ผู้โดยสาร : ยังไงครับ

แท็กซี่ : มันไม่เป็นธรรมไงครับ มันมีสองมาตรฐาน มันยังไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริง

ผู้โดยสาร : อืมมม….

แท็กซี่ : คุณลองดูสิ… สิงคโปร์ไปถึงไหนแล้ว เกาหลีไปถึงไหนแล้ว ไม่ต้องพูดถึงญี่ปุ่น หรือย่างเวียดนามก็ไปเร็วกว่าเราอีก บ้านเรามันมีตัวถ่วงครับ

ผู้โดยสาร : ยังไงอะ

แท็กซี่ : ระบบอำมาตย์ไงครับ

ผู้โดยสาร : อ๋อ… เหรอครับ… อืมม… ยังไงครับ

แท็กซี่ : คุณไม่เห็นข่าวเหรอครับ… อย่างอากงไง… น่าสงสาร แกตายเพราะกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย ไอ้มาตรา 1122 นั่นน่ะ

ผู้โดยสาร : มาตรา 112 นั่นใช่มั๊ย

แท็กซี่ : เอ้อ ใช่ ใช่ คุณรู้นี่

ผู้โดยสาร : ดูข่าวน่ะครับ ในทีวีก็เห็น ในเน็ตก็มี ดูแล้วก็ตามอ่านข้อมูลบ้าง อยากรู้ ไม่อยากถูกหลอก

แท็กซี่ : นั่นแหละครับ ผมตามข่าวมาตลอด ผมฟังวิทยุทั้งวัน แกตายเพราะมาตรา 112

ผู้โดยสาร : เห็นว่าเป็นมะเร็งไม่ใช่เหรอครับ

แท็กซี่ : เอ่อ… แต่แกตายในคุก เพราะถูกศาลตัดสินด้วยมาตรา 112

ผู้โดยสาร : มาตรา 112 นี่มันมีมาตั้งแต่ก่อนผมเกิดอีกไม่ใช่เหรอครับ ใครทำผิดก็ติดคุก แล้วที่ผ่านมา คนที่ติดคุกเพราะมาตรานี้ก็ไม่ได้ตายเหมือนอากงทุกคนนี่ครับ

แท็กซี่ : เอ่อ… แต่ก็เนี่ย คุณสุรชัยเขาติดคุกเพราะกฎหมายนี้เหมือนกัน เขาถึงขนาดเขียนจดหมายลาตายไว้เลยนะ ไอ้กฎหมายนี้มันแย่มาก

ผู้โดยสาร : สุรชัย แซ่ด่าน ใช่มั๊ยครับ เคยติดคุกกี่รอบแล้วไม่รู้ แต่ก็ไม่เห็นตายนี่ครับ มาวันนี้ ติดคุกตอนแก่ ถ้าตายในคุกก็ไม่น่าจะแปลกนะครับ เพราะอายุมากแล้วไง

คนคลอดลูกในคุกก็มีนะครับ ตายในคุกก็เยอะ เจ็บป่วยก็มาก อากงที่ตายในคุกก็เหมือนนักโทษคนอื่นๆ ที่ป่วยแล้วตายในคุก ถ้าเรือนจำเขาดูแลตามระเบียบ กฎเกณฑ์ ไม่ได้กลั่นแกล้ง ทรกรรมทรมาน จะไปว่าใครเขาได้ล่ะครับ ขนาดคนป่วยไปตายที่โรงพยาบาลก็ยังโทษหมอโทษพยาบาลไม่ได้ทุกคน

ถ้าไม่ทำผิดกฎหมายซะอย่าง ลองใช้ชีวิตเหมือนคนอายุ 60 ทั่วไป ก็คงจะได้ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องตายในคุกใช่มั๊ยครับ

เหมือนคุณลุง เหมือนผมนี่ไง ไม่ทำผิดกฎหมาย ก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนเพราะมาตรา 112 ใช่มั๊ยครับ

แท็กซี่ : เอ่อ… แต่คดีอากงเนี่ย แค่ส่งเอสเอ็มเอสก็ติดคุก แถมศาลลงโทษ ทั้งๆ ที่ ไม่ได้มีพยานยืนยันชัดเจนว่าเห็นแกส่งเอสเอ็มเอสนั่นเลยนะ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน

ผู้โดยสาร : ถ้าอากงส่งเอสเอ็มเอสไปบอกลูกหลานว่าคิดถึง แกคงไม่ติดคุกหรอกครับ

ถามจริงๆ ลุงติดตามข่าว ลุงว่ามั๊ยล่ะครับ ว่าข้อความนั่นมันเข้าข่ายผิดกฎหมาย ดูหมิ่นสถาบัน หยาบคายมากๆ ใช่มั๊ยครับ ผมเชื่อว่าลุงเองก็คงจะไม่กล้าส่งข้อความแบบนี้มาให้ผมหรอกนะ หรือถ้าส่งก็คงไม่ยอมรับ ใช่มั๊ยครับ

แท็กซี่ : อืมม…

ผู้โดยสาร : ส่วนที่ว่าศาลตัดสินโดยไม่มีพยานรู้เห็นการกระทำผิดชัดเจน กรณีอย่างนี้ผมว่าไม่แปลกนะครับ อย่างบนแท็กซี่เนี่ย ผมก็เคยใช้โทรศัพท์ส่งเอสเอ็มเอสตั้งหลายหน ไม่เห็นมีแท็กซี่คนไหนยืนยันได้เลยว่าผมส่งเอสเอ็มเอสข้อความว่าไง ส่งถึงใคร ผิดกฎหมายหรือเปล่า คนทำผิดใครจะเปิดเผยให้คนอื่นเห็นอ้าซ่าล่ะครับ มันต้องหลบๆ ซ่อนๆ เป็นธรรมดา

คดีนี้ศาลก็ให้จำเลยกับโจทก์นำพยานหลักฐานฝ่ายของตนเข้ามาเสนอในศาลตามปกตินี่ครับ ฝ่ายโจทก์เขามีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบมือถือ นำสืบถึงเลขอีมี่ สืบว่าคนส่งเอสเอ็มเอสอยู่ในพิกัดพื้นที่ไหน แล้วไอ้มือถือที่ส่งข้อความผิดกฎหมายนั่นมันก็ชัดเจนว่าเป็นของอากง

ทนายฝ่ายอากงเอาแต่อ้างว่า ส่งเอสเอ็มเอสไม่เป็น แต่ข้อเท็จจริงมันปรากฏเป็นเอกสารยืนยันว่า มือถือของอากงนั่นน่ะ มีการส่งข้อความเป็นจำนวนมาก แล้วจะให้เชื่อได้เหรอครับ

แถมอากงอ้างว่ามีคนแอบใช้มือถือของแกส่งเอสเอ็มเอส ตัวแกเคยเอามือถือไปซ่อม แต่พอถามว่าไปซ่อมร้านไหน แกกลับอ้างว่าจำไม่ได้ แล้วมันผิดปกติมั๊ยครับ เพราะเอาไปซ่อม มันต้องจำร้านได้ เพราะคนเราจะต้องไปเอาคืน ใช่มั๊ยครับ

ดูจากรูปการ พยานหลักฐานอย่างนี้ แล้วยังจะให้เชื่ออากงอะไรนั่นได้เหรอครับ

คดีข่มขืน คดีลักขโมย ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีจับได้ขณะกระทำผิด กำลังข่มขืนอยู่เท่านั้น หรือต้องมีคลิปวีดีโอบันทึกภาพการกระทำผิดเสมอไปนะครับ เมื่อสอบสวนไต่สวนรอบด้าน ฟังโจทก์ ฟังจำเลย ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน แค่นี้ก็พิจารณาได้แล้ว

ลุงว่ามั๊ยล่ะ.. โจรที่ไหนมันจะยอมรับว่าตัวเองทำผิดล่ะครับ ถ้าไม่จำนนด้วยพยานหลักฐานจริงๆ

แท็กซี่ : เอ่อ…

ผู้โดยสาร : ถึงแล้วครับ แล้วก็นี่ไงครับลุง ตัวการที่ทำให้ประเทศชาติไม่เจริญซักที ลุงติดตามข่าว คงเห็นใช่มั๊ยครับว่าสารพัดโครงการในสนามบินสุวรรณภูมิเนี่ย มันโกงกินกันมหาศาลแค่ไหน

ใครโกง ใครกิน ก็นักการเมืองนี่แหละครับ ไม่มีอำมาตย์ที่ไหนหรอก

แล้วไอ้พวกที่รีดไถ หากินอยู่ที่นี่ มันก็ลูกน้องนักการเมืองทั้งนั้นล่ะครับ

แท็กซี่ : (เงียบ)

ผู้โดยสาร : เอ้า… นี่ครับลุง ช่วยๆ กัน ไม่ต้องทอนนะครับ ยุคนี้ข้าวแกงขึ้นไปเป็นจานละ 40 บาทแล้ว เราคนไทยเหมือนกัน ผมสนับสนุนคนทำมาหากินสุจริต ไม่งอมืองอเท้ารอแบมือขอนักการเมืองอย่างลุงครับ

อ้อ… ลุงลองเปลี่ยนคลื่นไปฟังสถานีอื่นที่ไม่ใช่ของเสื้อแดงบ้างนะครับ เราจะได้รู้ทัน

credit: https://www.facebook.com/groups/271322829556226/permalink/417125858309255/
via https://www.facebook.com/kob.sakarit

picture from : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=404091649635301&set=p.404091649635301&type=1&ref=nf
via https://www.facebook.com/BENDA5000

Attitude

ทัศนคติของคนต่างชาติมองการทำงานของคนไทย….
เราคว้าตัวฝรั่งมาทั้งหมด 12 คน ซึ่งแต่ละคนโชกโชนกับการทำงานในแวดวงคนไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี
เมื่อถามว่าพวกเค้ามีความเห็นอย่างไรกับการทำงานแบบไทยๆ เราก็ได้คำตอบว่า:

1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น
ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าฝรั่งเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม
ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมืออย่างเต็มที่หรือไม่ก็ถึงกับถูกต่อต้านก็มี
– เจฟฟรีย์ บาร์น

2. การโต้แย้ง
เมื่อมีการเจรจา คนไทยจะไม่กล้าโต้แย้งทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียเปรียบ ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกม
บางคนบอกว่ามีนิสัยอย่างนี้เรียกว่า ” ขี้เกรงใจ ” แต่สำหรับฝรั่งแล้ว นิสัยนี้จะทำให้คนไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร
– ทานากะ โรบิน (จูเนียร์) ฟูจฮาระ

3. ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด
เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยคือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมาทั้งๆ ที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่ไม่แพ้ฝรั่งเลย
แต่มักจะเก็บความสามารถไว้ ไม่บอกออกมาให้เจ้านนายได้รู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม
บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้วเลยไม่บอกเพราะเห็นว่าไม่ถามอะไร ทำให้ทำงานกันไปคนละเป้าหมาย หรือทำงานไม่สำเร็จ เพราะคนที่รับคำสั่งไม่รู้ว่าถูกสั่งให้ทำอะไร
– ไมเคิล วิดฟิล์ค

4. ความรับผิดชอบ
1. ฝรั่งมองว่าคนไทยเรามักทำไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า
ทั้งๆทีงานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดยิ่งงานไหนให้เวลาในการทำงานนาน
ก็จะยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานออกมาแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ควร
2. ไม่ค่อยยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าให้เซ็นชื่อรับผิดชอบงานที่ทำคนไทยจะกลัวขึ้นมาทันที
เหมือนกับกลัวจะทำไม่ได้ หรือกลัวจะถูกหลอก
– สเตฟานี จอห์นสัน

5. วิธีแก้ไขปัญหา
คนไทยไม่ค่อยมีแผนการรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า
หลายคั้งที่ฝรั่งพบว่าคนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรต้องรอให้เจ้านายสั่ง
ลงมาก่อนแล้วค่อยทำตามถ้านายเจ้านายไม่อยู่ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด
– ดร.มาเรีย โรเซนเบิร์ก

6. บอกแต่ข่าวดีคนไทยมีความเคยชินในการแจ้งข่าวที่แปลกมาก คือ
1. จะไม่กล้าบอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งบานปลายไปเกินแก้ไขได้จึงค่อยเข้ามาปรึกษา
2. จะเลือกบอกแต่สิ่งที่คิดว่าเจ้านายจะชอบ เช่น บอกแต่ข่าวดีๆ แทนที่จะเล่าไปตามความจริงหรือถ้าหากเจ้านายถามว่า
จะทำงานเสร็จทันเวลาๆไหม ก็จะบอกว่าทัน (เพราะรู้ว่านายอยากได้ยินแบบนี้) แต่ก็ไม่เคยทำทันตามเวลาที่รับปากเลย
– โจนาธาน ธอมพ์สัน

7. คำว่า ” ไม่เป็นไร ”
เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยทุกคน ทำให้เวลามีปัญหาก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ และจะไม่ค่อยหาตัวคนทำผิดด้วยเพราะเกรงใจกัน
แต่จะใช้คำว่า ” ไม่เป็นไร ” มาแก้ปัญญหาแทน
– เจนิส อิกนาโรห์

8. ทักษะในการทำงาน
1. ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ถ้าทำงานเป็นทีมมักมีปัญหาเรื่องการกินแรงกันบางคนขยันแต่บางคนไม่ทำอะไรเลย
บางทีก็มีการขัดแย้งกันเองในทีม หรือเกี่ยงงานกันจนผลงานไม่คืบหน้า
2. ไม่ค่อยมีทักษะในการทำงาน แม้จะผ่านการศึกษาในระดับสูงมาแล้ว และไม่ค่อยใช้ความพยายามอย่างเต็มทีเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด
3. พนักงานชาวไทยที่รู้จัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องร าวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าไรนัก
แล้ไม่ค่อยชอบหาความรู้เพิ่มเติมแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานก็ตาม
– เดวิด กิลเบิร์ก

9. ความซื่อสัตย์
พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มาสาย
ขาดงานโดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน
– เฮเบิร์ก โอ ลิสส์

10. ระบบพวกพ้อง
คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อข้าวของภายในสำนักงาน
พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆ มาก่อนโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา
การให้ความช่วยเหลือเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่แย่มาก
และเมื่อพบว่าเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้อง และทำให้ไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง
– มาร์ค โอเนล ฮิวจ์

11. แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว
คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว
พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร
1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน
3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที
4. ไม่ยอมรับความผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ
5. ต้องการเงินมากขึ้นแต่กลับไม่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย
– วิลเลี่ยม แมคคินสัน

12. นับถือระบบอาวุโส
คนไทยให้เกียรติคนที่อายุมากกว่ามากเกินไป จนไม่กล้าทำอะไรที่เรียกว่าเป็นการข้ามหน้าข้ามตา
บางครั้งคนที่อายุน้อยกว่าอาจจะมีความคิดความสามารถมากกว่า แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกเพราะเกรงใจคนที่อายุมาก
เป็นการทำลายโอกาสของตัวเอง และโอกาสของบริษัท
– เนลสัน ฟอร์ด

ปรับปรุงกันนะ แต่ว่าก็ให้ผู้บริหารบางคนต้องปรับปรุงตามด้วยนะ เพราะว่าพอมีพนักงานโต้แย้ง แต่ก็ไม่รับฟังเหตุผลก็มี
ก็เลยไม่ค่อยมีใครอยากจะโต้แย้งซักเท่าไร อยู่ไม่ได้ก็ลาออกไป
นำร่อง

credit: People Magazine Facebook

life

[12:00am] Ploylovely: ตอนนี้เราตกงสน
[12:00am] sourcode: อ่าา
[12:00am] Ploylovely: กะลังหางานอยู่
[12:00am] Ploylovely: แนะนำหน่ออยสิ
[12:00am] Ploylovely: ว่างานไรเงินดีสึด
[12:01am] sourcode: ส่ง resume
[12:01am] Ploylovely: เราจะไปสัมครเป็นผู้จัดการอ่ะ
[12:01am] sourcode: อ่า
[12:01am] Ploylovely: ผู้จัดการร้านไหนเงินดีสุด
[12:01am] sourcode: ไปซิ
[12:01am] Ploylovely: ระหว่าง watson 7-11 mr.donut
[12:01am] Ploylovely: swensen
[12:01am] Ploylovely: ตัวเลือกเยอะ
[12:01am] sourcode: ไม่ทราบเลยนะ
[12:01am] sourcode: ไม่เคยดูเลย
[12:02am] sourcode: พึ่งจบ?
[12:03am] Ploylovely: ไม่จบหลายปีแล้วเคยทำงานอื่นมาก่อนหน้านั้นแล้ว
[12:04am] sourcode: อ่อครับ
[12:04am] sourcode: แนะนำ watson
[12:04am] Ploylovely: เคยเป็นเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
[12:04am] Ploylovely: ในหน่วยงานรชการมาก่อน
[12:05am] sourcode: น่าจะดีที่สุดในทุกอย่างที่บอกมา
[12:05am] Ploylovely: ทำได้ เกือบ ห้าปี
[12:05am] Ploylovely: ดีนะ
[12:05am] Ploylovely: เงินกดี
[12:05am] Ploylovely: งานสบาย
[12:05am] Ploylovely: แต่ แม่งเบื่อเด็กเส้น
[12:05am] Ploylovely: เอาเปรียบกันเกิน
[12:05am] Ploylovely: กดดันเราเหกิน
[12:05am] Ploylovely: เราจะจบโท แล้วหัวหน้าบอกว่า ปรับเงินเดือนให้เราไม่ได้
[12:06am] Ploylovely: เพราะ เงินเดือนวุฒิป.โท ให้ได้แค่อีหัวหน้าคนเดียว
[12:06am] Ploylovely: แต่เราจะจบก่อนมันไง
[12:06am] Ploylovely: อีหัวหน้ามันยังไม่จบโทเลย
[12:06am] Ploylovely: มันเลยกดดันเรา
[12:06am] Ploylovely: ทั้งๆ ีที่เราทำงานแทนมันทุกอย่าง
[12:07am] sourcode: อู้วววว
[12:07am] sourcode: แบบนี้นี่เอง
[12:07am] sourcode: ดราม่าในที่ทำงาน
[12:07am] Ploylovely: เด็กเส้น วุฒิ ม.หก
[12:08am] sourcode: ออกมาทำเอกชนเหอะ
[12:08am] Ploylovely: ไม่ได้ทำโอ เลิกก่อน แต่ได้โอเท่ากันกับเรา
[12:08am] Ploylovely: งานไม่เคยทำ
[12:08am] Ploylovely: มานั่งเล่นเฟคบุ๊คทั้งวัน
[12:08am] Ploylovely: งานมันเราต้องทำแทนทุกวันอ่ะ
[12:08am] Ploylovely: เวลางานมั นไปรับแฟนกินข้าวข้างนอก
[12:08am] Ploylovely: คิดดู
[12:08am] Ploylovely: วุฒิ ม.หก เงินเดือน สองสามหมื่น
[12:08am] Ploylovely: คิดดู
[12:09am] Ploylovely: เกินไปมั้ย
[12:09am] Ploylovely: งานก้อไม่ทำนะ
[12:09am] sourcode: ิอู้วว
[12:09am] sourcode: ที่ไหนครับเนี่ย
[12:09am] sourcode: บอกได้ป่าว?
[12:09am] Ploylovely: หน่วยงานราชการค่ะ
[12:09am] Ploylovely: บอกก้อได้
[12:09am] Ploylovely: ม.ราม อ่ะ
[12:09am] Ploylovely: เงินดีมักมาก
[12:11am] sourcode: นั่นไ
[12:11am] sourcode: ไม่ใช่อาจารย์ใช่ไหมฮะ
[12:11am] sourcode: เป็นเจ้าหน้าที่?
[12:11am] Ploylovely: ไม่จ๊ะ
[12:12am] Ploylovely: ยิ่งอ. ยิ่งเงินดีโคตร
[12:12am] sourcode: น่าสนใจ
[12:12am] Ploylovely: เพราะมันมีสาขาท่ต่างจังหวัดหลายที่
[12:12am] Ploylovely: ไปสอนที่ ค่าสอน ชัวโมงละ สองสามพัน
[12:12am] sourcode: ไม่รวมเงินเดือน?
[12:12am] Ploylovely: ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก อีก
[12:12am] Ploylovely: ช่าย
[12:12am] sourcode: อู้วววว
[12:13am] Ploylovely: เป้นกรรมการหน่วยงานต่างๆ ก้อได้ อีก โครงการละ 5000 ถ้าเป็นประธาน
[12:13am] Ploylovely: กรรมการ สามสี่พันอ้่อ่ะ
[12:13am] Ploylovely: แล้วคิดดูสิ มีกี่โครงการ
[12:13am] Ploylovely: เกือบเปงร้อยโครงการ
[12:13am] sourcode: อู้ววววว
[12:13am] sourcode: เงินดีจริง
[12:14am] Ploylovely: ค่าคุมสอบอีก
[12:14am] Ploylovely: ค่าตรวจคำตอบอีก
[12:14am] Ploylovely: มีแต่ได้กับได้
[12:14am] Ploylovely: คุ้มเกินคุ้มอ่ะ
[12:14am] sourcode: มีค่าตรวจคำตอบด้วย?
[12:14am] Ploylovely: ช่าย
[12:14am] Ploylovely: เจ้าหน้าที่ก้อได้
[12:14am] Ploylovely: แต่ได้น้อยกว่า
[12:14am] Ploylovely: คนละ ไม่กี่ร้อย
[12:14am] Ploylovely: แต่อ.ได้หลายพัน
[12:15am] sourcode: เดือนนึงได้เป็นแสนเลยอะดิ?
[12:16am] Ploylovely: ช่าย
[12:16am] Ploylovely: พวกอาจารย์นะ
[12:16am] Ploylovely: แต่ เขจ้าหน้าที่ไม่ถึง
[12:16am] Ploylovely: แต่งานสบายอ่ะ
[12:16am] Ploylovely: พวกเจ้าหน้าที่
[12:17am] Ploylovely: เพราะมีแต่พวกเด็กเส้น ลูกๆ หลายนๆ
[12:17am] Ploylovely: แต่เราไม่มีเส้น
[12:17am] Ploylovely: เหนื่อยหน่อย
[12:17am] Ploylovely: กดดัน
[12:17am] Ploylovely: เลยออก
[12:17am] sourcode: อ่าาาา
[12:18am] sourcode: เพราะไม่เส้่น เลยโดนทำงานหนัก
[12:18am] sourcode: ประมาณนั้นใช่ไหมฮะ
[12:18am] Ploylovely: วันๆ นั่งเล่นเก ม เฟคบุ๊ค
[12:18am] Ploylovely: เราก้อเล่นเหมือนกัน
[12:18am] Ploylovely: แต่เราทำงานไว
[12:18am] Ploylovely: ทำงานเยอะ
[12:18am] Ploylovely: มันก้อว่าง ก้อเล่นได้
[12:18am] Ploylovely: ยอมรับว่าสบาย
[12:18am] Ploylovely: แต่คนอื่นสบาย แบบว่า ไม่ต้องทพไรเลยอ่ะ
[12:19am] sourcode: อ่าฮะ
[12:19am] sourcode: เสือนอนกินว่างั้น
[12:19am] Ploylovely: ช่าย
[12:20am] sourcode: ออกมาทำเอกชน
[12:20am] sourcode: เงินเดือนไม่เยอะเท่านะ
[12:21am] sourcode: หรือว่าไม่ใช่ปัญหา?
[12:22am] Ploylovely: เราอยากเก็บเงินสักก้อนมาเปิดร้านอาหาร
[12:22am] Ploylovely: เป็นอาขชีพเสริม
[12:22am] Ploylovely: เอกชนบางที่เยอะนะ
[12:23am] Ploylovely: เซลล์อ่ะ เงินเดือน เยอะมาก
[12:23am] Ploylovely: ค่าคอมอีก
[12:23am] Ploylovely: โบนัสสิ้นปีอีก
[12:23am] sourcode: เซลล์เยอะจริง
[12:23am] Ploylovely: แต่พวกนี้แข่งขันกันสุง
[12:23am] Ploylovely: ได้เที่ยวต่างประเทศอรก
[12:23am] sourcode: อันนี้แล้วแต่เลือกเลยนะ
[12:23am] Ploylovely: สวัสดิการดีอ่ะ
[12:23am] sourcode: ว่าชอบอันไหน
[12:23am] Ploylovely: อืม
[12:23am] Ploylovely: แต่เราเรียนการจัดการมาไง
[12:23am] Ploylovely: สมัครได้แต่ตำแหน่งผู้จัดการ
[12:24am] Ploylovely: ที่จริง ตั้งใจจะทำที่เดิม จนเรียนจบ ป.เอก
[12:24am] Ploylovely: แล้วเป็นอาจารย์ที่นั่น
[12:24am] Ploylovely: แล้วเปิดร้านอาหารไปด้วย
[12:24am] Ploylovely: แต่ ไม่เป็นอย่างที่ฝัน
[12:26am] sourcode: จะจบโทแล้วนี่
[12:26am] sourcode: อดทนอีกหน่อย
[12:26am] sourcode: น่าจะจบเอกได้นะ
[12:26am] Ploylovely: จ้า
[12:26am] Ploylovely: นั่นสิ
[12:26am] Ploylovely: เห้อ
[12:28am] sourcode: ^^
[12:28am] sourcode: *ตบบ่า*
[12:28am] Ploylovely: เครียดดดด
[12:28am] Ploylovely: ชีวิตหักเหกระทันหัน
[12:29am] Ploylovely: แฟนก้อทิ้ง
[12:29am] Ploylovely: เบื่อไม่เหลือเยี่อใย
[12:30am] sourcode: หงะ
[12:30am] sourcode: อะไรมันจะรันทดขนาดนั้น
[12:30am] Ploylovely: ทั้งๆ ที่คิดเรื่องแต่งงานเอาไว้
[12:30am] Ploylovely: วางแผนแต่งงาน
[12:30am] Ploylovely: มีลูกกัน
[12:30am] Ploylovely: แต่ เค้าก้อจากเราไป เแบบไม่ได้บอกลา
[12:31am] Ploylovely: ไม่รู้เป็นเพราะสาเหตุอะไรก้วยซ้ำ
[12:32am] sourcode: หงะ
[12:32am] sourcode: ดราม่ามากกกก
[12:32am] sourcode: *ตบไหล่*
[12:32am] Ploylovely: นั่นดิ
[12:32am] Ploylovely: เรื่องราวในชีวิตแย่สุดๆ
[12:32am] Ploylovely: ครอวครัวก้อแย่
[12:32am] Ploylovely: ส่งเงินไปให้พ่อ
[12:32am] Ploylovely: พ่อก้อเอาไปกินเหล้าเมามาย
[12:33am] sourcode: โอ้วว
[12:33am] Ploylovely: ขอเงินแล้ว ขอเงินอีก
[12:33am] sourcode: โอ้วว
[12:34am] Ploylovely: เดือนนี้ส่งให้ไป สองหมื่นก่าแล้ว
[12:34am] Ploylovely: ไม่รู้เอาไปชใช้อะไรหมด
[12:34am] sourcode: ดราม่าหลายเรื่องจริง
[12:34am] Ploylovely: แล้วเมื่อสามวันก่อนส่งให้ แปดดพัน
[12:34am] Ploylovely: วันนี้โทรมาขออีก
[12:36am] sourcode: *ตบไหล่*
[12:40am] Ploylovely: แต่วันนี้ได้อ่านหนังสือดี
[12:40am] Ploylovely: มีกำละงใจ
[12:41am] sourcode: เรื่องอะไรฮะ?
[12:42am] Ploylovely: เรื่อว ถุงเวลาท้าทายสมอง
[12:42am] Ploylovely: ของหนูดี
[12:42am] sourcode: ไม่เคยอ่านหนังสือของวนิศา เลย
[12:42am] sourcode: แฮ่
[12:43am] Ploylovely: จริง
[12:43am] Ploylovely: ตอนแรกก้อไม่สนใจหรอก
[12:43am] Ploylovely: แต่เปิดอ่านข้างในเล่มแล้ว มันสนุกอ่ะ
[12:43am] Ploylovely: อนยากอ่านจนจบ
[12:43am] Ploylovely: จนต้องซื้อมาอ่าน
[12:43am] Ploylovely: ปกติ เราไม่ชออบอ่านหนังสือเลย
[12:43am] Ploylovely: แต่เล่มนี้อ่านวันเดียวเกือบจบอ่ะ
[12:44am] Ploylovely: อ่านได้ไม่เบื่อ
[12:44am] sourcode: อืมมม
[12:44am] sourcode: อ่านแล้วทำให้มีกำลังใจก็ดีใจด้วยยย
[12:46am] Ploylovely: อืม
[12:47am] sourcode: สู้กับชีวิตนะ
[12:47am] sourcode: ห้ามท้อ
[12:48am] Ploylovely: จ้า
[12:48am] Ploylovely: ขอบใจมาก
[12:50am] sourcode: ดีมาก